มูยกอิบรา!ผู้นำแชมป์อีเอฟแอลสู่อ้อมอกผี

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือเลือดฝอยทองของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงสรรเสริญ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอกชาวสวีดิช ที่ซัด 2 ประตูช่วยให้ทีมชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 3-2 คว้าแชมป์อีเอฟแอล คัพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกสของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรแกร่งแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวยกย่อง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอกมากประสบการณ์ที่ช่วย “ปีศาจแดง” ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 3-2 ในรอบชิงชนะเลิศ ศึกอีเอฟแอล คัพ ที่สนามเวมบลีย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

แมนฯ ยูไนเต็ด ทำท่าว่าจะได้แชมป์แบบไม่ยากเย็นนักหลังนำไปก่อน 2 ลูกจาก อิบราฮิโมวิช ในนาทีที่ 19 และ เจสซี่ ลินการ์ด ในนาทีที่ 38 แต่ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็ตายยาก ตามตีเสมอได้จากการเหมา 2 ลูกของ มาโนโล่ กับเบียดินี่ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรกกับนาทีที่ 48

ตอนแรกมันทำท่าว่าทั้ง 2 ทีมต้องไปดวลกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษแล้ว แต่ใน 3 นาทีสุดท้ายของเกม แมนฯ ยูไนเต็ด มาได้ประตูชัยจากจังหวะที่ อันเดร์ เอร์เรร่า เปิดบอลเข้ามาให้ อิบราฮิโมวิช ก่อนที่ดาวยิงชาวสวีดิชจะโหม่งเข้าไปอย่างเฉียบขาด

Bvcall pantip อดีตนายใหญ่ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี, “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน และ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด แสดงความเห็นว่า “เขาช่วยให้เราคว้าชัยชนะในเกมนี้ เขาทำผลงานได้อย่างสุดยอดมากๆ เขาสร้างความแตกต่าง และเขาทำให้เราได้ถ้วยใบนี้ (ปอล) ป็อกบา ก็เล่นอยู่ในระดับเดียวกัน แต่เขา (อิบราฮิโมวิช) ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุด”

For more article, please visit มูยกอิบรา!ผู้นำแชมป์อีเอฟแอลสู่อ้อมอกผี.

ก็องโต้ชมอิบราคอยช่วยเหลือดาวรุ่ง

เอริก คันโตน่า อดีตยอดแข้งของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยกนิ้วชม ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าคนเก่งของ “ปีศาจแดง” ที่คอยช่วยเหลือนักเตะดาวรุ่งอยู่เสมอ ชี้ การมีนักเตะแบบนี้อยู่ในทีมถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ

เอริก คันโตน่า ตำนานดาวเตะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวชม ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวยิงคนดังของ “ปีศาจแดง” ว่าทำตัวเป็นแข้งประสบการณ์สูงที่ดีจากการที่คอยช่วยเพื่อนร่วมทีมที่อายุน้อยกว่าอยู่เสมอ

จากการที่ อิบราฮิโมวิช มีชื่อเสียงอันโด่งดัง และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้เขาการันตีการเป็นตัวจริงของทีมได้ แต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด 2 หัวหอกดาวรุ่งต้องกลายเป็นตัวสำรองไปด้วย อย่างไรก็ตาม คันโตน่า มองว่าตอนนี้แข้งชาวสวีดิชกำลังคอยช่วยเหลือเหล่าแข้งอายุน้อยเป็นอย่างดี

อดีตยอดดาวเตะเลือดน้ำหอมเผยว่า “เขาเป็นนักเตะชั้นยอด และมีบุคลิกที่แข็งแกร่ง เขาเคยเล่นให้ทั้ง มิลาน และ บาร์เซโลน่า มาแล้ว ดังนั้นเขาเลยรู้เกี่ยวกับแรงกดดันทุกอย่าง เขาเข้าใจถึงมัน และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมด้วย มันมีนักเตะอายุมากอยู่ 2 ประเภท ประเภทหนึ่งคือพวกที่ไม่ชอบดาวรุ่งเพราะนักเตะอายุมากในประเภทนี้อยากลงเล่น และสามารถทำลายดาวรุ่งได้เลย กับอีกประเภทคือพวกที่จะคอยช่วยดาวรุ่ง”

“ผมจำได้ว่าตอนอายุ 17 ปีเนี่ย ผมเคยเล่นกับ อันดรีซจ์ ชาร์มาช เขาเป็นคนโปแลนด์ เขาเคยเล่นในรอบรองชนะเลิศของศึกฟุตบอลโลกมาแล้ว เขาเป็นนักเตะชั้นยอด และเขาก็ช่วยผมได้เยอะมาก ผมจำเรื่องนี้ได้ดี และผมก็บอกกับตัวเองเลยว่าถ้าผมอายุมากขึ้นแล้วเนี่ย ผมจะพยายามทำแบบเดียวกับเขาให้ได้ และผมก็มั่นใจว่า อิบราฮิโมวิช กำลังทำแบบเดียวกันอยู่”

โทรกลับไทยราคาถูก “เขาคอยช่วยเหลือเหล่าดาวรุ่งดีมากๆ เพราะเขาเป็นนักเตะชั้นยอดและมีบุคลิกที่แข็งแกร่ง เขาเป็นนักเตะอายุมากที่ทำตัวเมหาะสมจากการที่อยากช่วยคนที่อายุน้อยกว่า การมีนักเตะประสบการณ์สูงที่คอยเป็นแบบอย่างให้คนอื่นๆ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ” คันโตน่า ระบุ

Please visit ก็องโต้ชมอิบราคอยช่วยเหลือดาวรุ่ง for more detail.

โคตรเจ๋ง!อิบราฮิโมวิชสอยแชมป์รวม32รายการ

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอก แมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศชัดความเป็นยอดนักเตะไล่แชมป์ตัวจริงเสียจริง หลังเก็บสะสมเหรียญแชมป์เป็นว่าเล่น ล่าสุดได้เพิ่มมาอีกเหรียญรวมเบ็ดเสร็จทุกรายการ “อิบรา” ผงาดสอยแชมป์ไปเบาะ 32 รายการเลยทีเดียว

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าคนเก่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สร้างสถิติความสำเร็จให้กับตัวเองอีกครั้ง หลังผงาดคว้าแชมป์อีเอฟแอล คัพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เจ้าตัวผงาดได้แชมป์ในทุกๆ รายการรวมเบ็ดเสร็จ 32 รายการ จาก 7 ใน 8 สโมสรที่ค้าแข้ง

“อิบรา” สวมบทซูเปอร์ฮีโร่ซัด 2 ประตูในแมตช์เฉือน เซาธ์แฮมป์ตัน สุดมัน 3-2 ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ที่สองภายใต้การกุมบังเหียนของ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกส และที่สำคัญ อดีตหัวหอกทีมชาติสวีเดน ยังมีลุ้นสร้างความสำเร็จเพิ่ม เนื่องจากพวกเขายังอยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมปทั้งเอฟเอ คัพ (รอบ 8 ทีมสุดท้าย) และ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก (รอบ 16 ทีมสุดท้าย)

โทรผ่านเน็ต ขณะที่การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ก็ยังถือว่ามีโอกาส แม้ในปัจจุบันทัพ “ปีศาจแดง” อยู่อันดับ 6 มี 48 คะแนนตามหลัง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี จ่าฝูง 15 คะแนน แต่ตามหลักทฤษฎีทุกอย่างยังถือว่ามีความเป็นไปได้แม้จะค่อนข้างริบหรี่ก็ตาม

For related post, please visit โคตรเจ๋ง!อิบราฮิโมวิชสอยแชมป์รวม32รายการ.

มิไฮโลวิชชี้จิ้งจอกควรเล่นแบบไร้กุนซือ

ซินิซ่า มิไฮโลวิช กุนซือ โตริโน่ ระบุ เลสเตอร์ คววรที่จะต้องเล่นโดยไม่มีกุนซือคุมทีมอีกเลย หลังจากลือกันว่านักเตะบางคนมีส่วนทำให้ เคลาดิโอ รานิเอรี่ โดนเด้ง

ซินิซ่า มิไฮโลวิช เทรนเนอร์ โตริโน่ สโมสรแกร่งแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี กล่าวว่า เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ควรที่จะต้องเล่นโดยที่ไม่มีผู้จัดการทีม หลังจากที่มีข่าวลือว่านักเตะบางคนมีส่วนทำให้ เคลาดิโอ รานิเอรี่ โดนปลดออกจากการเป็นกุนซือ “สุนัขจิ้งจอก”

ซีซั่นที่แล้ว เลสเตอร์ ได้แชมป์ลีกไปครองแบบไม่มีใครคาดคิดภายใต้การทำทีมของ รานิเอรี่ แต่ฤดูกาลนี้ทีมดังแห่งถิ่น คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม กลับเล่นได้แย่ลงอย่างน่าใจหายจนต้องมาลุ้นหนีตกชั้น ซึ่งมันก็ทำให้กุนซือชาวอิตาเลียนโดนไล่ออกจากตำแหน่งในที่สุด

ไปสระแก้ว พักที่ไหนดี “สื่อของอังกฤษบอกว่ามีนักเตะบางคนช่วยทำให้ รานิเอรี่ โดนปลดออกจากตำแหน่ง มันน่าเหลือเชื่อมาก พวกเขาควรที่จะต้องเล่นโดยที่ไม่มีโค้ชคอยคุมทีมนะ แล้วมารอดูกันสิว่าพวกเขาจะชอบมันไหม” มิไฮโลวิช ระบุ

Please visit มิไฮโลวิชชี้จิ้งจอกควรเล่นแบบไร้กุนซือ for more post.

ราชันทวงฝูงคืน!ตาม0-2พลิกแซงดับบียาร์ฯ3-2

ออกสตาร์ทครึ่งแรกมาได้ 11 นาที บียาร์เรอัล ได้โอกาสก่อน เมื่อ มาริโอ กาสปาร์ ยิงด้วยขวาจากทางกรอบเขตโทษด้านขวาติดเซฟของ เคย์ลอร์ นาวาส นายทวารของเรอัล มาดริด

ครึ่งชั่วโมงของเกมการแข่งขัน บียาร์เรอัล ได้โอกาสอีกครั้ง เซดริก บากอมบู เปิดจากซ้ายให้กับ ซามูเอล กาสตีเยโฆ่ ชาร์จ่อๆด้วยขวาบอลเหินข้ามคานไปนิดเดียวเท่านั้น

เกมดำเนินมานาที 32 บรูโน่ โซเรียโน่ กองกลางของเจ้าถิ่นจ่ายให้กับ เซดริก บากอมบู ยิงด้วยซ้ายติดเซฟของ เกย์ลอร์ นาวาส นายทวารราชันชุดขาว

สามนาทีต่อมา บียาร์เรอัล ส่ง อันเดรส เฟร์นานเดซ ลงมาเฝ้าเสาแทน เซร์คิโอ อาเซนโฆ่ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน

ผ่านมา 36 นาที เรอัล มาดริด ได้ลุ้นจากจังหวะที่ ดาเนียล การ์บาฆาล โยนให้กับ คาริม เบนเซม่า ยิงด้วยซ้ายจ่อๆ จากระยะแค่ 6 หลา ติดเซฟของ อันเดรส เฟร์นานเดซ นายทวารของเจ้าบ้านที่ลงมาเป็นสำรอง หมดครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

กลับมาเล่นต่อแค่ 5 นาที ”เรือดำน้ำสีเหลือง” ปลดล็อกขึ้นนำ 1-0 อาเดรียน โลเปซ ยกบอลจากฝั่งซ้ายลึกถึงเสาไกล ซามู กาสตีเยโฆ่ โขกชงกลับปากประตู มานู ตริเกโรส เอี้ยวตัวยิงฝ่าบล็อก 10 หลาตุงตาข่าย

เท่านั้นไม่พอนาที 56 สกอร์ไหลเป็น 2-0 บรูโน่ โซเรียโน่ โชว์ทัศนวิสัยแทงบอลทะลุยาวจากกลางสนามตัดหลังคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟมาดริดถึง เซดริก บาก็อมบู หลุดเดี่ยวเข้ากรอบไปจิ้มสวน เกย์ลอร์ นาวาส เสียบเสาซ้าย

”ราชันชุดขาว” เหมือนโดนเขี่ยให้ตื่นนาที 61 ลุยพับมาทั้ง 10 คน ดาเนียล การ์บาฆาล ครอสกดดันมาในกรอบ กองหลังบียาร์เรอัลโหม่งสกัดไม่ขาดเข้าทาง โรนัลโด้ วอลเลย์จาก 12 หลาลูกพุ่งจูบเสาขวาดังสนั่น

กระทั่งนาที 64 เรอัล มาดริด ตีไข่แตก 1-2 ดาเนียล การ์บาฆาล ลุยทางกราบขวาแล้วครอสแบบน้ำหนักเท้าชั่งทองให้ แกเร็ธ เบล สอดโหม่ง 6 หลาที่เสาไกลไม่พลาด

ทีมเยือนได้ใจนาที 72 มาเรียกจุดโทษจากจังหวะที่ บรูโน่ โซเรียโน่ กัปตันบียาร์เรอัลทำแฮนด์บอล ซึ่งดูจากภาพช้าถือว่าโชคร้าย

มือสังหาร โรนัลโด้ แปแรงเสียบเสาซ้าย แม้นายด่านพุ่งถูกทางแต่เกินเซฟตีเสมอ 2-2

โทรถูก และก่อนหมดเวลาแค่ 6 นาที กลับเป็น เรอัล มาดริดแซงนำ 3-2 อีสโก้โชว์ขยันแย่งบอลที่กลางสนาม โทนี่ โครส เก็บมาปั้นแทงออกปีกซ้ายให้มาร์เซโล่ สปีดเติมครอสถึงปากประตู อัลบาโร่ โมราต้า ตัวสำรองโดดโหม่งแบบไร้ตัวประกบเข้าไป จบเกม เรอัล มาดริด ยิงสามประตูรวดพลิกแซงเอาชนะเจ้าถิ่น บียาร์เรอัล แบบสุดมันส์ 3-2 คว้าสามแต้มพร้อมแซง บาร์เซโลน่า ขึ้นไปรั้งจ่าฝูงสำเร็จ

Read more content at ราชันทวงฝูงคืน!ตาม0-2พลิกแซงดับบียาร์ฯ3-2.

โคตรมันส์!อิบราโขกชัยดับฝันนักบุญ3-2นำแชมป์ลีกคัพให้มู

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ “ปีศาจแดง” ขน 11 ตัวจริงชุดใหญ่ลงนัดชิงชนะเลิศ อีเอฟแอล คัพ โดยปรับจากชุดล่าสุด 6 ตำแหน่ง ให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช และ ปอล ป็อกบา นำทัพ ส่วนนายทวารเลือกใช้ ดาบิด เด เคอา ขณะที่ เซาธ์แฮมป์ตัน ขอชัยชนะเพื่อแชมป์รายการนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ กุนซือ โคล้ด ปูแอล ส่ง ดูซาน ทาดิช, เนธาน เรดมอนด์ และ มาโนโล่ กับเบียดินี่ ลุย

เกมเปิดแลกกันเต็มที่ นาทีที่ 3 เร้ด อาร์มี่ ได้ทักทายจังๆ ก่อนเมื่อ ป็อกบา ทำชิ่งกับ อิบราฮิโมวิช แล้วส่องไกลจากนอกกรอบเขตโทษ ลูกพุ่งแรง แต่ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ทุบทิ้งได้หวุดหวิด จากนั้น เซาธ์แฮมป์ตัน พยายามโต้ตอบ เข้าสู่นาทีที่ 9 เร้ดมอนด์ ใช้ความสามารถเฉพาะตัว พาบอลเข้าไปส่องแฉลบออกหลังไป

นาทีที่ 11 แฟนผีเสียววาบ เมื่อ มาร์กอส โรโฮ โดนปั๊มบอล ทำให้ เซดริก โซอาเรส หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านขวาแล้วเปิดเข้ากลาง มาโนโล่ กับเบียดินี่ พุ่งชาร์จเผาขนตุงตาข่าย แต่ต้องเฮเก้อ เพราะไลน์แมนยกธงล้ำหน้า ทั้งๆ ที่จากภาพช้า เขาไม่ล้ำ ทว่าคนที่ล้ำคือ ไรอัน เบอร์ทรานด์ ที่อยู่ด้านหลัง

นักบุญ เดินหน้าใส่ไม่กลัว โดยโจมตีสลับซ้าย-ขวาจนแนวรับ ปีศาจแดง ปั่นป่วน ก่อนที่ โอริโอล โรเมอู จะโดนใบเหลืองคนแรกจากการไปสอย อันเดร์ เอร์เรร่า และจากฟรีคิกเกือบ 30 หลา “อิบรา” อาสาสังหารเสียบตาข่ายเข้าไปให้ แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 1-0 ในนาทีที่ 19 และนับเป็นประตูแรกที่ เซาธ์แฮมป์ตัน เสียในรายการนี้ด้วย

เซาธ์แฮมป์ตัน เร่งเครื่อง นาทีที่ 25 เอร์เรร่า ของ ปีศาจแดง ต้องเบรกเกม เร้ดมอนด์ จนโดนใบเหลืองไป จากนั้น กับเบียดินี่ ไหลคืนหลังให้ เจมส์ วอร์ด เพราส์ สับไกเรียด แต่ เด เคอา พุ่งปัดไว้ได้ ถัดมาไม่กี่นาที นายทวารสแปนิช ต้องออกแรงเซฟลูกยิงด้วยซ้ายเน้นๆ ของ ทาดิช อีก

นาทีที่ 38 ปีศาจแดง ได้เฮอีกรอบ เมื่อ มาร์กอส โรโฮ เติมขึ้นทางซ้าย ก่อนไหลให้ เจสซี่ ลินการ์ด บรรจงแปเสียบมุมผ่านมือ ฟอร์สเตอร์ เข้าไปให้ แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 2-0

แจ๊ค สตีเฟ่นส์ โดนใบเหลืองจากการไปเปิดปุ่มใส่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล อย่างน่าเกลียด ขณะที่ ลินการ์ด ก็โดนจดชื่อไปอีกคน ก่อนที่ นักบุญ ที่ตีไข่แตกในนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก เมื่อ โซอาเรส เติมขึ้นทางขวาแล้วเปิดเข้ากลางให้ มาโนโล่ กับเบียดินี่ ชาร์จจ่อๆ ไม่เหลือ จบครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด นำ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-1

กลับมาเล่นครึ่งหลัง มูรินโญ่ ขยับเปลี่ยนตัวโดยส่ง ไมเคิ่ล คาร์ริค ลงแทน ฆวน มาต้า พร้อมกับได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมแทน คริส สมอลลิ่ง แต่โดนตีเสมอ เมื่อแนวรับสกัดไม่ขาด เลยโดน กับเบียดินี่ หมุนตัวตวัดยิงเข้าไปเป็น 2-2 ในนาทีที่ 48

เซาธ์แฮมป์ตัน ได้ใจบุกแหลก แต่เข้าบอลกันหนัก กระทั่งนาทีที่ 56 เร้ดมอนด์ โดนใบเหลืองไปอีกคนจากการเข้าช้าใส่ คาร์ริค จากนั้น โรเมอู โชคดีสุดๆ ที่ได้อยู่บนสนามต่อไป เพราะรอดพ้นใบเหลืองที่ 2 จากการไปชักศอกใส่ เอร์เรร่า

ปีศาจแดง รูปเกมตกเป็นรอง ผ่านหนึ่งชั่วโมงของเกมมา 2 นาที หวิดโดนนำ เแต่โชคยังดีที่ลูกโขกในจังหวะเตะมุมของ โรเมอู ไปชนเสาซ้ายมือของ เด เคอา เต็มๆ

ลินการ์ด ได้วอลเล่ย์เน้นๆ ในนาทีที่ 76 แต่ข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย ก่อนจะโดนเปลี่ยนให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงสนามแทน ขณะที่ นักบุญ ส่ง โซฟียาน บูฟาล แทน ทาดิช

เกมแลกกันสนุก เข้าสู่ 10 นาทีสุดท้าย นักบุญ ถอด กับเบียดินี่ ที่ซัด 2 ลูกออก แล้วส่ง เชน ลอง หอกไอริชลงสนาม ขณะที่ แรชฟอร์ด ซัดมุมแคบติดเซฟ ฟอร์สเตอร์ อย่างน่าหวาดเสียว

แนะนำที่พักในอรัญประเทศ นาทีที่ 87 ปีศาจแดง มาได้ประตูชัยจากจังหวะที่ เอร์เรร่า เก็บตกเปิดจากขวาให้ อิบราฮิโมวิช โขกเน้นๆ เข้าไป ทำให้จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เฉือนชนะสุดมันส์ 3-2 คว้าแชมป์ อีเอฟแอล คัพ ไปครอง ถือเป็นแชมป์แรกอย่างเป็นทางการของ โชเซ่ มูรินโญ่ กับ เร้ด อาร์มี่ ด้วย โดยท้ายเกม กุนซือโปรตุเกส ยังได้ส่ง มารูอาน เฟลไลนี่ มาปิดเกมแทน มาร์กซิยาล ด้วย

For more article, please visit โคตรมันส์!อิบราโขกชัยดับฝันนักบุญ3-2นำแชมป์ลีกคัพให้มู.

เลวานแฮตทริก!”เสือใต้”โหดไล่ยำ”สิงห์เหนือ”ยับ8-0

”เสือใต้” เรียก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กลับมาเป็นตัวจริงในแดนหน้า หลังจากที่สัปดาห์ก่อนออกสตาร์ตเป็นเพียงสำรอง ฝั่ง ”สิงห์เหนือ” ปรับแนวรับด้วยการให้ โยฮัน ฌูรู เล่นแทน คีเรียกอส ปาปาโดปูลอส ที่บาดเจ็บ

บาเยิร์นเริ่มต้นเกมได้แบบเนือยๆ เหมือนเดิม กว่าจะได้ลุ้นจะแจ้งครั้งแรกก็ต้องนาทีที่ 13 โน่นเลย จากจังหวะเปิดเตะมุมเข้าไปในเขตโทษ บอลมาเข้าทาง ดั๊กลาส คอสต้า ยิงด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ แต่บอลหลุดกรอบออกหลังไป

หลังจากนั้น 4 นาที บาเยิร์น มิวนิคไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย สอยประตูออกนำ 1-0 ดาวิด อลาบา กระชากบอลขึ้นหน้า จ่ายเข้าไปในเขตโทษให้ โธมัส มุลเลอร์ จับบอลกลางเขตโทษ แล้วต่อไปทางขวาให้ อาร์ตูโร่ วิดาล สอดมาซัดด้วยขวาแบบไม่ต้องจับ ส่งบอลเสียบก้นตาข่ายอย่างเด็ดขาด

อีกเพียงนาทีถัดมา บาเยิร์นเกือบจะได้ประตูที่สอง ดาวิด อลาบา พาบอลลุยขึ้นทางซ้าย แล้วเปิดยาวเข้าไปทางเสาสอง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดึงบอลลงแล้วซัดด้วยซ้าย แต่บอลพุ่งไปชนคาน พลาดได้ประตูอย่างไม่น่าเชื่อ

นาทีที่ 24 เจ้าบ้านมาได้จุดโทษ หลังจากที่ เมอร์กิม มาฟราย สกัด โธมัส มุลเลอร์ ล้มลงทางขวาของเขตโทษ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ รับหน้าที่สังหาร ยิงด้วยขวานิ่มๆ เข้าไปทางขวามือของตัวเอง เรเน่ อ๊าดเลอร์ พุ่งผิดทาง

ท้ายครึ่งแรก บาเยิร์นมาได้อีกประตู โธมัส มุลเลอร์ สอดไปรับบอลจาก ร็อบเบน ทางขวาในระยะสุดเส้นหลัง จ่ายกลับหลังมาให้วิดาลยิงจังหวะแรกติดเซฟ แต่บอลยังมาเข้าทางเลวานดอฟสกี้ ใช้ตัวพิงกองหลังทีมเยือน แล้วตวัดด้วยขวาส่งบอลเสียบใต้คาน ครบ 45 นาทีแรก บาเยิร์น มิวนิค ออกนำ ฮัมบูร์ก 3-0

กลับมาเตะกันได้ 5 นาที ฮัมบูร์กมาได้ฟรีคิกระยะ 20 หลา เยื้องทางขวา มิชาเอล เกรกอริตช์ ตะบันด้วยขวาส่งบอลพุ่งข้ามกำแพงไปแล้ว แต่ มานูเอล นอยเออร์ ปฏิกิริยาเยี่ยม พุ่งไปรับติดมือเอาไว้ได้ไม่มีกระฉอกเลย

ผ่านมาถึงนาทีที่ 54 บาเยิร์นขยับสกอร์หนีไป 4-0 กองหลังฮัมบูร์กสกัดบอลกันบกพร่อง ร็อบเบนได้บอลโดยที่ตัวยังหันหลังให้ปากประตูแล้วตอกส้นให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หลุดขึ้นไปทางซ้ายของเขตโทษบรรจงยิงด้วยขวาส่งบอลเรียดตุงตาข่ายที่เสาสองอย่างงดงาม เป็นแฮตทริกของตัวเองในเกมนี้

อีกเพียง 2 นาทีต่อมา เสือใต้หนีไป 5-0 จากจังหวะเล่นชิ่งกันสั้นๆ ขึ้นมาตรงกลางแล้วจ่ายให้มุลเลอร์หลุดขึ้นไปทางซ้าย โดน เรเน่ อ๊าดเลอร์ ออกมาบีบมุลเลอร์จ่ายออกขวาให้ ดาวิด อลาบา สอดมายิงโล่งๆ เข้าประตูไป

สกอร์ไหลไปเป็น 6-0 ในนาทีที่ 65 มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ วางบอลยาวจากหน้าปากประตูตัวเองให้ คิงส์เล่ย์ โกมัน ตัวสำรองสอดไปถึงบอลลงแล้วแปด้วยขวานิ่มๆ ส่งบอลสวนตัว เรเน่ อ๊าดเลอร์ เข้าประตูไป

เจ้าบ้านยังไม่หายมันแข้ง ถ่างสกอร์ไป 7-0 ในนาทีที่ 69 โยฮัน ฌูรู พยายามปั๊มบอลจากมุลเลอร์ แต่บอลดันออกมาเข้าทาง คิงส์เล่ย์ โกมัน คนเดิมตะบันด้วยขวาแบบไม่ต้องจับ ส่งบอลตุงตาข่ายอย่างยอดเยี่ยม

โทรต่างประเทศราคาประหยัด ช่วงท้ายเกมบาเยิร์นมาได้ประตูปิดท้าย อาร์เยน ร็อบเบน พาบอลลากจากขวาตามสเต็ปเดิมของตัวเอง แต่กองหลังก็เอากันไม่อยู่ ร็อบเบนได้ปั่นด้วยซ้ายส่งบอลโค้งเสียบเสาไกลอย่างเด็ดขาด ครบ 90 นาที ”เสือใต้” ถล่ม ”สิงห์เหนือ” 8-0 รั้งตำแหน่งจ่าฝูงต่อไปอย่างสง่างาม ขณะที่ฮัมบูร์กประจำการอันดับ 16

Please visit เลวานแฮตทริก!”เสือใต้”โหดไล่ยำ”สิงห์เหนือ”ยับ8-0 for more post.

แชมป์แรก!อิบรานำทัพผีดวลนักบุญชิงดำลีกคัพ

ศึกชิงแชมป์ถ้วยแรกของฤดูกาล ที่มีตั๋วลุยยูโรปา ลีก รอบคัดเลือก รอบ 3 ซีซั่นหน้าเป็นเดิมพัน

ในอดีต แมนฯ ยูไนเต็ด เคยเข้าชิงที่เวมบลีย์ กับเซาธ์แฮมป์ตัน แต่เป็นถ้วยใหญ่เอฟเอ คัพ ซึ่งครั้งนั้น นักบุญ ที่อยู่ดิวิชั่น 2 พลิกล็อกล้มผีแดง ที่อยู่ดิวิชั่น 1 ด้วยสกอร์ 1-0

เส้นทางของปีศาจแดง ในถ้วยนี้ ผ่านนอร์ทแธมป์ตัน ทีมลีก วัน 3-1, ปราบแมนฯ ซิตี้ 1-0, เวสต์แฮม 4-1 และรอบรองฯ ชนะ ฮัลล์ สกอร์รวม 3-2

ทีมของกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ สภาพจิตใจกำลังดีเยี่ยม หลังผ่านแซงต์-เอเตียน ทีมจากฝรั่งเศส ด้วยประตูรวม 2 นัด 4-0 เข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูโรปา ลีก สำเร็จ

และจากชัยชนะเหนือแซงต์-เอเตียน 1-0 ที่ ฝรั่งเศส เมื่อวันพุธ จึงกลายเป็นชัยชนะ 5 นัดติด รวมทุกรายการแล้ว หลังจากก่อนหน้านั้นก็บุกชนะ แบล็คเบิร์น 2-1 เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย เอฟเอ คัพ

ผลงานในลีกก็กำลังยอดเยี่ยม ไม่แพ้ติดต่อกัน 16 นัดแล้ว ยังอยู่อันดับ 6 แต่มีลุ้นพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ ลีก เต็มตัว หลังไล่อันดับ 4 มาเหลือแค่ 2 คะแนน

สภาพทีมมีปัญหาจากเกมล่าสุด เฮนริค มคิทาร์ยาน มิดฟิลด์ตัวรุกที่ซัลโวประตูชัยดับแซงต์-เอเตียน เกิดบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังตั้งแต่นาทีที่ 25 พลาดลงเล่นเกมนี้

แต่ข่าวดี ไมเคิ่ล คาร์ริค กองกลางตัวรับที่เจ็บน่องจากเกมเดียวกัน ฟิตสมบูรณ์พร้อมลงเล่นไม่มีปัญหา

เช่นเดียวกับ เวย์น รูนี่ย์ กัปตันทีมที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ไม่มีชื่อในทีมมาแล้ว 5 นัด กลับมาลงซ้อมกับทีมตั้งแต่วันอังคารแล้ว พร้อมกลับคืนทีม

ในราย ฟิล โจนส์ กองหลังที่เจ็บเท้าอยู่ก่อนหน้านี้ ต้องรอทดสอบความฟิต

แดนกลางจะได้ อันเดร์ เอร์เรร่า กลับมาอยู่ในทีมอีกครั้ง หลังติดโทษแบนเกมยุโรป

การจัดทัพเรียก ดาบิด เด เคอา กลับมาเฝ้าเสา หลังได้พักมาตลอด 3 นัดหลังสุด ที่ให้ เซร์คิโอ โรเมโร่ ลงเล่นยูโรปา ลีก 2 นัด และเอฟเอ คัพ 1 นัด

แบ็กขวา อันโตนิโอ วาเลนเซีย ก็กลับมาผนึกกำลังกับ คู่เซนเตอร์ เอริก ไบยี่ กับ คริส สมอลลิ่ง และแบ็กซ้าย มาร์กอส โรโฮ หรือ ดาเล่ย์ บลินด์

แดนกลาง อันเดร์ เอร์เรร่า จับจองคู่กับ ปอล ป็อกบา แนวรุก เจสซี่ ลินการ์ด อาจได้รับโอกาสลงประสานงาน ฆวน มาต้า, มาร์คัส แรชฟอร์ด และหน้าเป้า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

ฝั่งเดอะ เซนต์ส ของกุนซือ โคล้ด ปูแอล ได้พักมาเต็มๆ 2 สัปดาห์ เพราะไม่มีโปรแกรมเอฟเอ คัพ และยูโรปา ลีก ที่ตกรอบไปแล้วทั้งหมด

เกมลีกล่าสุดผลงานยอดเยี่ยม บุกถล่มซันเดอร์แลนด์ 4-0 เรียกความมั่นใจกลับมา หลังจากก่อนหน้านั้นแพ้มารวด 3 นัด

เส้นทางในถ้วยลีกคัพยอดเยี่ยมสุดๆ ล้มทีมจากพรีเมียร์ลีกด้วยกันทุกรอบแบบไม่เสียประตูเลย เริ่มจาก คริสตัล พาเลซ 2-0, ซันเดอร์แลนด์ 1-0, อาร์เซน่อล 2-0 และรองรองฯ ดับลิเวอร์พูล ประตูรวม 2 นัด 2-0

สภาพทีมจะพลาดใช้งาน เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์ฮาล์ฟคนสำคัญที่เจ็บข้อเท้าพักยาวอยู่ก่อน

และต้องรอทดสอบความฟิต โซฟียาน บูฟาล มิดฟิลด์ตัวรุกที่เจ็บข้อเท้าอยู่ด้วย

ตัวเจ็บคนอื่นๆ ยังมี ชาร์ลี ออสติน, เฌเรมี่ ปิเอด์, แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์, อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่

ปูแอล เพิ่งเซ็นฟรีคว้า มาร์ติน กาเซเรส กองหลังอุรุกวัยมาหมาดๆ แต่คงเสี่ยงเกินไปที่จะจับลงประเดิมตัวจริง เพราะไม่ได้ลงสนามมา 1 ปีเต็มแล้ว

บาคาร่าออนไลน์ การจัดทัพ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ เฝ้าเสา แผงหลังต้องยึดชุดเดิม เซดริก โซอาเรส, แจ็ค สตีเฟ่นส์, มายะ โยชิดะ, ไรอัน เบอร์ทรานด์

แดนกลาง โอริโอล โรเมว คุมเกมกับ สตีเว่น เดวิส แนวรุก เจมส์ วอร์ด-เพราส์, ดูซาน ทาดิช, เนธาน เร้ดมอนด์ และหน้าเป้าต้องเลือกระหว่าง เชน ลอง กับตัวใหม่ มาโนโล่ กับเบียดินี่

For more content, please visit แชมป์แรก!อิบรานำทัพผีดวลนักบุญชิงดำลีกคัพ.

5เหตุผลที่จะทำให้นักบุญล้มผีซิวแชมป์อีเอฟแอล

ซาธ์แฮมป์ตัน มีคิวดวลกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนาม เวมบลีย์ ในศึก อีเอฟแอล คัพ รอบชิงชนะเลิศ หลังโชว์ฟอร์มสวยหรูชนะทั้ง อาร์เซน่อล และ ลิเวอร์พูล มาได้ในรอบก่อนหน้านี้ ขณะที่ ยูโรสปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำ วิเคราะห์ 5 เหตุผลที่ “นักบุญ” สามารถจะเอาชนะ “ปีศาจแดง” พร้อมจบปัญหาร้างแชมป์ 40 ปี ในเกมวันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ ดังต่อไปนี้

1.) กับเบียดินี่ ฟอร์มร้อนแรงเกินห้ามใจ

มาโนโล่ กับเบียดินี่ กำลังอยู่ในฟอร์มที่ร้อนแรง ไม่ใช่แค่เพราะการยิง 3 ประตู จาก 2 นัดให้กับ เซาธ์แฮมป์ตัน เท่านั้น แต่ดาวยิงชาวอิตาลียังยิง 3 ประตูให้กับ นาโปลี อดีตต้นสังกัด ก่อนย้ายเข้าสู่ถิ่น เซนต์ แมรี่ส์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาอีกด้วย หัวหอกวัย 25 ปีถือเป็นหนึ่งในศูนย์หน้าที่ครบเครื่อง ทั้งการโหม่งที่รุนแรงและการจบสกอร์ที่เฉียบขาด ซึ่งลูกยิงในเกมกับ ซันเดอร์แลนด์ และ เวสต์แฮม น่าจะพิสูจน์ให้เห็นเรื่องนั้นแล้ว และเจ้าตัวจะสร้างปัญหาปวดหัวให้กับ คริส สมอลลิ่ง และ เอริก ไบยี่ คู่ปราการหลัง “ปีศาจแดง” ตลอดทั้งเกมอย่างแน่นอน

2.) มคิทาร์ยาน วืดลงสนาม

เฮนริค มคิทาร์ยาน กลายเป็นหัวใจสำคัญในแนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นในเกม 18 นัดหลัง โดยเจ้าตัวระเบิดฟอร์มยิง 6 ประตู และแอสซิสต์อีก 5 ครั้ง อย่างไรก็ตาม โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุเกส อาจต้องปรับแผงมิดฟิลด์ หลังสตาร์กองกลางทีมชาติอาร์เมเนีย ได้รับบาดเจ็บจากเกม ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่บุกชนะ แซงต์-เอเตียน 1-0 และฟิตไม่ทันลงบู๊ เซาธ์แฮมป์ตัน อย่างไรก็ตาม ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยังสร้างความอันตรายได้เสมอ ซึ่ง “นักบุญ” ต้องเฝ้าระวังให้ดี แม้เกมรับจะอ่อนลงเล็กน้อยจากการขาด เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค แต่ต้องไม่ลืมว่า พวกเขายังไม่เสียประตูในรายการนี้แม้แต่ลูกเดียว

3.) สถิติของ ปูแอล ในเกมบอลถ้วยสุดหรู

โคล้ด ปูแอล เคยนำ โอลิมปิก ลียง ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2010 นอกจากนี้ยังเคยนำ โมนาโก คว้าแชมป์ ลีก เอิง และบอลถ้วยในประเทศฝรั่งเศสมาแล้ว ดังนั้นเขาจะไม่ขาสั่นแน่นอนเมื่อต้องคุม เซาธ์แฮมป์ตัน ลงเล่นใน เวมบลีย์ หรือต้องเจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่ง ขณะที่ก่อนหน้านี้เขาเคยคุมทัพ ลีลล์ เปิดบ้านเสมอ “ปีศาจแดง” ที่คับคั่งด้วยดาวดัง อาทิ เวย์น รูนี่ย์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ รุด ฟาน นิสเตลรอย ภายใต้การคุมทัพของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน 0-0 ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2005 มาแล้ว

4.) แมนฯ ยูไนเต็ด อาจมีอาการล้า

เกมนี้จะเป็นการลงสนามนัดที่ 8 ในรอบ 29 วันของ “ปีศาจแดง” ซึ่งอาจส่งผลให้ทีมของ มูรินโญ่ มีอาการล้าให้เห็น โดย เซาธ์แฮมป์ตัน มีเวลาเตรียมทีมเต็ม 1 สัปดาห์สำหรับเกมนัดนี้ ขณะที่ ยูไนเต็ด มีเวลาเพียง 3 วันเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าสภาพร่างกายของแข้ง “นักบุญ” จะเหนือกว่า และเรื่องนี้อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยชี้วัดผู้ชนะในเกมนี้

5.) เซาธ์แฮมป์ตัน ไม่มีเรื่องอื่นให้กังวล

ดาวโหลดฮอลิเดย์ “นักบุญ” ไม่เหลืออะไรให้ลุ้นแล้วในฤดูกาลนี้ โดยปัจจุบันน่าจะอยู่รอดปลอดภัยใน พรีเมียร์ลีก แบบสบายหายห่วง ขณะที่ไม่มีฟุตบอลถ้วยรายการอื่นให้ต้องกังวลแล้ว ตรงข้ามกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีคิวบุกเยือน รอสตอฟ ในเกม ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม ขณะที่ยังต้องลุ้นทำอันดับในตารางเพื่อจบเป็น 4 อันดับแรกให้ได้ โดย เซาธ์แฮมป์ตัน ยังได้รับแรงกระตุ้นกับโอกาสลงชิงชัยใน ยูโรปา ลีก หากซิวแชมป์สำเร็จอีกด้วย

Please visit 5เหตุผลที่จะทำให้นักบุญล้มผีซิวแชมป์อีเอฟแอล for more detail.

มูไม่ชัวร์มิคกี้,คาร์ริคฟิตทันฉะนักบุญ

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ก้มหน้ารับ ไม่รู้ว่า เฮนริค มคิตาร์ยาน กับ ไมเคิ่ล คาร์ริค 2 กองกลางของทีมที่เจ็บในศึก ยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดสอง จะฟิตทันเกม อีเอฟแอล คัพ นัดชิงดำรึเปล่า ชี้ การได้พักแค่ 3 วันมันไม่มากพอที่จะช่วยให้ฟิตเต็มที่ได้

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่า เฮนริค มคิตาร์ยาน กองกลางคนเก่ง และ ไมเคิ่ล คาร์ริค มิดฟิลด์ประสบการณ์สูง อาจจะฟิตไม่ทันสำหรับเกม อีเอฟแอล คัพ นัดชิงชนะเลิศ หลังทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่พวกเขาบุกไปชนะ แซงต์-เอเตียน 1-0 เมื่อวันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ถึงแม้ในนัดแรก แมนฯ ยูไนเต็ด จะชนะมาแบบขาดลอย 3-0 แต่เกมนี้ มูรินโญ่ ก็ยังส่งแข้งกำลังหลักลงเล่นเป็นตัวจริงหลายคน ซึ่ง มคิตาร์ยาน กับ คาร์ริค ก็เป็นหนึ่งในนั้น และสุดท้ายทั้งคู่ก็ไม่ได้อยู่เล่นจนครบ 90 นาที หลังพวกเขามีอาการเดี้ยงตรงเอ็นหลังหัวเข่าและน่องตามลำดับ

หลังถูกถามว่าทั้งคู่จะพลาดเกมนัดชิงดำของศึก อีเอฟแอล คัพ กับ เซาธ์แฮมป์วัน ในวันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์นี้หรือไม่นั้น มูรินโญ่ ก็ตอบว่า “ผมจะพูดแค่ตามความรู้สึกของตัวเองนะ ผมคิดว่าอาการเจ็บตรงเอ็นหลังหัวเข่าและน่องเนี่ย แค่ 3 วันมันไม่เพียงพอหรอก (ที่จะฟิตทัน) ต่อให้เป็นอาการบาดเจ็บแค่เล็กน้อยก็ตาม”

ทางเข้าเกม holiday “คุณอาจจะเจ็บแค่เพราะออกจากบ้านหรืออยู่ในสวนก็ได้ คุณไม่มีวันรู้หรอกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น คุณจะเสี่ยงเจอบางเรื่องตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่เมื่อมีคนหายไป มันก็จะเป็นโอกาสทองสำหรับอีกคน แน่นอนว่าพวกเขาเป็นนักเตะกำลังสำคัญของเรา และการที่จะอดใช้งานพวกเขาในนัดชิงชนะเลิศก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่ดีเลย” กุนซือชาวโปรตุกีส ระบุ

Read more post at มูไม่ชัวร์มิคกี้,คาร์ริคฟิตทันฉะนักบุญ.