แบงค์คอก เฟ’ลิซ สาทร-ตากสิน ให้คุณอยู่สบายๆ 10 ปี ไม่มีค่าส่วนกลาง

แบงค์คอก เฟ’ลิซ สาทร-ตากสิน หนึ่งในโครงการคอนโดมิเนียมคอนโดใหม่ ในกรุงเทพเกรดพรีเมี่ยมของ CMC Group จัดแคมเปญแรงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณได้เป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมหรูในราคาถูกใจ พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้ ให้คุณใช้ชีวิตใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว ทุกยูนิตการันตีคุณภาพ ความคุ้มค่า อยู่สบายๆ 10 ปี ฟรีส่วนกลาง

โครงการแบงค์คอก เฟ’ลิซ สาทร-ตากสิน “The exclusive Private Living” ตั้งอยู่ซอยกรุงธนฯ 5 เพียง 90 เมตร จาก BTSสถานีกรุงธนบุรี บริหารโครงการโดย บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC โครงการเป็นคอนโดมิเนียมแบบ Low-rise 8 ชั้น 1 อาคาร 200 ยูนิต ด้วยแนวคิดการดีไซน์ที่ตอบสนองดีมานด์ ด้วยการใช้พื้นที่ภายในห้องชุดที่มีฟังก์ชั่นครบ การพักอาศัยที่เป็นส่วนตัว ดีไซน์เพื่อรองรับการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม พร้อมด้วยฟังก์ชั่นการหมุนเวียนถ่ายเทอากาศภายในอากาศ พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ช.ม. 7 ระดับ ด้วยขนาดแบบ 1 ห้องนอน 29 ตร.ม. และแบบ 2 ห้องนอน 47-56 ตร.ม. พร้อมวัสดุระดับพรีเมี่ยม กับโปรโมชั่นสุดคุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 3.1 ล้านบาท หรือตารางเมตรละ 120,000 บาท รับลดสูงสุด 200,000 บาท พร้อมค่าส่วนกลางฟรี 10 ปี *

ถนนกรุงธนบุรี เป็นถนนสายที่มีความสามารถสูง ในเมืองที่ขยาย ในที่นี้ มีการขยายความเจริญที่หนาแน่นฝั่งสาทร สีลม พระราม 4ข้ามผ่านสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน มายังเส้นทางถนนกรุงธนบุรี ไปทางเพชรเกษม กัลปพฤกษ์ ราชพฤกษ์ ทั้งนี้สาเหตุ มาจากที่ดินที่หายากขึ้น ในขณะที่ราคาของที่ดิน ราคาของคอนโดมิเนียมต่อยูนิตสูงขึ้น จนไม่สามารถจ่ายได้ เมื่อรถไฟฟ้าสายสีเขียว เชื่อมต่อ MRT สายสีน้ำเงินแล้วเสร็จในปี 2562 และยังมีรถไฟฟ้าสายสีทองที่จะทำให้การเดินทาง การจราจร ระบบสาธารณะ เป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งคาดว่าราคาจะสูงขึ้นไปตามลำดับ

วิถีชีวิตของกลุ่มผู้ซื้อ คือเป็นคนทำงานออฟฟิศที่เจอปัญหาการจราจรโดยรถยนต์ติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าเวลา 06.30-7.45น. บริเวณการข้ามฝั่งจากธนบุรีเข้าเขตเมือง ได้แก่ สาทร สีลม มานานกว่า 30 ปี การจราจรโดยรถไฟฟ้าจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวด โดยมีภาระรายจ่ายด้านการเดินทางสูงกว่ารถประจำทาง ดังนั้นการมีบ้านพักอาศัยใกล้สถานีรถไฟฟ้า จะคืนความสะดวกคล่องตัวให้ผู้อยู่อาศัย และมีเวลาเหลือมากขึ้น การจัด โปรโมชั่นฟรีค่าส่วนกลาง 120 เดือน เป็นการลดภาระด้านนี้อีกทางหนึ่ง และเชื่อว่าโปรโมชั่นจะได้รับการตอบรับอย่างดี เป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าโดยลดความกังวลในการพักอาศัย ลดภาระจากการผ่อนธนาคารภาระในการใช้จ่ายประจำวัน สอดรับกับภาวะศก.ในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มโอกาสในการซื้อ และเมื่อโปรโมชั่นนี้ ได้ผลตอบรับที่ดี จะขยายช่องทางการขายในโครงการอื่นๆ ต่อไป

Please visit แบงค์คอก เฟ’ลิซ สาทร-ตากสิน ให้คุณอยู่สบายๆ 10 ปี ไม่มีค่าส่วนกลาง for related post.

SENA เปิดโครงการ “Niche id @ Pakkret Station” ภายในคอนเซ็ปต์ ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว พร้อมฟังก์ชั่นครบทุกการใช้สอย วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้าน

บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) เปิดโครงการ”นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น” มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท คอนโดพร้อมฟังก์ชั่นครบทุกการใช้สอย วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา บนทำเลที่คุ้นเคยเพียง 600 เมตร จากสถานีรถไฟฟ้าปากเกร็ด ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้านบาท พร้อมพรีเซล 1 – 2 กรกฎาคม 2560 นี้

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) ผู้ประกอบการอสังหาฯแถวหน้าของเมืองไทย และในฐานะ Developer รายแรกที่ทำหมู่บ้านโซลาร์เต็มรูปแบบ เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมก้าวหน้าซื้อขาย บ้าน ที่ดิน และคอนโดแผ่ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดโครงการใหม่ “นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น” มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นคอนโดแนวคิดใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว” เป็นโครงการแรกภายใต้แบรนด์ นิช ไอดี ที่โดดเด่นด้วยวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมการออกแบบฟังก์ชั่นการออกแบบห้องที่ลงตัวและคุ้มค่า ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท เปิดพรีเซลล์ในวันที่ 1 – 2 กรกฎาคม 2560

“นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น” เป็นโครงการคอนโด High Rise โครงการแรกภายใต้แบรนด์ นิช ไอดี ที่มีความสูงถึง 35 ชั้น 1 อาคาร แบ่งเป็นห้องพัก 857 ยูนิต และร้านค้า 7 ยูนิต รวมทั้งสิ้น 864 ยูนิต สำหรับที่ตั้งที่ตั้งมีศักยภาพและน่าสนใจเพราะติดถนนติวานนท์ ช่วงแยกปากเกร็ด–ถนนศรีสมาน สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีปากเกร็ดที่อยู่ห่างจากโครงการเพียง 600 เมตร พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน เช่น เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, เมืองทองธานี, ห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า สาขาแจ้งวัฒนะ, โรงเรียนสวนกุหลาบ นนทบุรี (ตรงข้ามโครงการ) ฯลฯ

นอกจากนี้ภายในโครงการยังมีส่วนกลางอำนวยความสะดวกมากขึ้น เพิ่ม ECO Innovation ด้วยการติดตั้ง Solar Pavillion สำหรับพักผ่อนพร้อมชาร์จแบตมือถือจากพลังงานแสงอาทิตย์ และการดูแลความปลอดภัยถึง 3 ระดับ 1. Keycard Access 2. Lift Access 3. CCTV 24 ชม.

“โครงการ นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น เป็นโครงการที่ SENA เปิดตัวในไตรมาส 3/2560 และมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม เพราะจุดขายบนทำเลวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา และการออกแบบฟังชั่นการดีไซน์ห้องที่ลงตัวและคุ้มค่า สอดคล้องคอนเซ็ปต์“ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว” ดร.เกษรากล่าว

รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ยังใส่ใจ ดูแลลูกค้าภายใต้คอนเซ็ปต์ “หัวคิด และหัวใจ” พร้อมบริการดูแลหลังการขาย 360 องศา เพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยองศาแห่งความอุ่นใจ ในบริการแจ้งซ่อมออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดย SENA We Care , องศาแห่งความสุข ดูแลทุกโครงการให้อยู่สบายโดย Victory , องศาแห่งความสบายใจ วันไหนก็ยังมั่นคงด้วยบริการรับฝากขาย – เช่า โดย 360° Living agent , องศาแห่งความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะติดต่อหรือติดตาม และยังตรวจสอบปริมาณการลดค่าไฟฟ้าจากโซลาร์ ก็สะดวกสบายด้วยแอพพลิเคชั่น SENA 360° SERVICE

For related post, please visit SENA เปิดโครงการ “Niche id @ Pakkret Station” ภายใต้คอนเซ็ปต์ ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว พร้อมฟังก์ชั่นครบทุกการใช้สอย วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้าน.

กฟภ.หนุน’วันชนะ’ชิงยช.โลก21ก.ค.นี้ช่อง7สียิงสด

ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หนุน วันชนะ ซีพีเฟรชมาร์ท ชิงแชมป์โลกเยาวชน IBF สหพันธ์มวยนานาชาติ รุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวต 122 ปอนด์ กับ เอมมานูเอล นาฮัค นักชกแดนอิเหนา วันศุกร์ที่ 21 ก.ค. นี้ ที่เวทีมวยชั่วคราว การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ หรือ ‘กฟภ.’ ถ.งามวงศ์วาน จตุจักร กทม. เผยนักชกดาวรุ่งในสังกัดนั้นมีโอกาสได้เป็นแชมป์โลกทุกคนขอเพียงอดทนเท่านั้น

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 60 ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ หรือ “กฟภ.” ถ.งามวงศ์วาน จตุจักร กทม. กิติภณ ทุ่งกลาง ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (สร.กฟภ.) ในฐานะประธานอำนวยการจัดการแข่งขัน, ธนะชัย ร้อยศรี เลขาธิการ สร.กฟภ. พร้อม “เสี่ยตังค์” ปิยะรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์เพชรยินดี โปรโมชั่น ร่วมแถลงข่าวศึกมวยโลก IBF การชกจะมีขึ้นที่เวทีมวยชั่วคราว การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม 2560 ช่อง 7 สี ถ่ายทอดสด เวลา 14.00-16.00 น.

โรงแรมสระแก้ว คู่เอก วันชนะ ซีพีเฟรชมาร์ท ชิงแชมป์ “ว่าง” ไอบีเอฟ ยูธ (สหพันธ์มวยนานาชาติ เยาวชน) รุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวต 122 ปอนด์ กับ เอมมานูเอล นาฮัค คู่ชิงชาวอินโดนีเซีย ส่วนคู่ประกอบรายการ ยอดมงคล ซีพีเฟรชมาร์ท พบ โมฮัมหมัด อาซีซี่ (มาเลเซีย),เพชร ซีพีเฟรชมาร์ท พบ อับดุล บูรานอฟ (ทาจิกิสถาน) และ สิงห์สายัณห์ ซีพีเฟรชมาร์ท พบ แสตมป์ ส.ศักดิ์นรินทร์

นายกิตติภณเผยว่า “นับเป็นครั้งแรกเนื่องในโอกาสครบรอบการก่อตั้ง 38 ปี สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อเป็นการสนับสนุนนักกีฬามวยที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ และเป็นการประชาสัมพันธ์หน่วยงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร สร.กฟภ. จึงมีมติสนับสนุนจัดมวยโลกในครั้งนี้ขึ้นถือเป็นครั้งแรกที่ไม่เคยมีมาก่อน”

ด้าน “เสี่ยตังค์” เผย วันชนะเป็นหนึ่งดาวรุ่งของเพชรยินดีซ้อมอยู่ค่ายมีนะโยธินจากฟอร์มที่เห็น ทีมงานจึงมั่นใจว่าน่าจะหันมาเอาดีในเชิงมวยสากลอาชีพไต่เต้าสู่บัลลังก์โลกได้อีกคน ด้วยเหตุนี้เราจึงมุ่งหวังผลักดันให้ขึ้นชิงแชมป์เยาวชนไอบีเอฟ ในพิกัด 122 ปอนด์ สำหรับเพชรยินดีนั้นนอกจากสร้างนักมวยขึ้นสู่เวทีเพื่อสร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับตัวนักมวยเองแล้ว ยังส่งเสริมในเรื่องการเรียนควบคู่กันไปด้วย ล่าสุดสิงห์สายัณห์ยังได้ศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี ชั้น ปี 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาวิทยาศาสตร์และการกีฬา อีกด้วย ต้องขอบคุณการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่เล็งเห็นความสำคัญของนักมวย เสมือนการเติมพลังไฟ และส่งเสริมสนับสนุนวงการมวยโลกไทยในครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้เสี่ยตังค์ยังได้เผยอีกว่านักชกในสังกัดตนนั้นมีโอกาสได้เป็นแชมป์โลกทุกคนแน่ หากมีความมุ่งมั่นและอดทนซึ่งตนพร้อมหนุนอย่างเต็มที่

For related post, please visit กฟภ.หนุน’วันชนะ’ชิงยช.โลก21ก.ค.นี้ช่อง7สียิงสด.

“ซาลาห์” ใจถึง! ขอหงส์เลือกเบอร์ 9 อาถรรพณ์

สื่ออังกฤษ หลายสำนักรายงานตรงกันว่าโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ตัดสินใจเลือกเสื้อเบอร์ 9 ของทีมหงส์แดง แม้เจ้าตัวปกติจะใส่เสื้อเบอร์ 11 กับโรม่าก็ตามที

ในเวลานี้ ซาลาห์เดินทางมาที่อังกฤษ เพื่อเตรียมตัวตรวจร่างกาย และ สื่อได้รายงานว่า โอกาสได้ตัวน่าจะถึง 100% แล้ว แม้กระทั่งบ่อนถูกกฎหมายในอังกฤษ ยังปิดรับพนันไปเรียบร้อย เมื่อวานนี้

ล่าสุด เบอร์เสื้อ ที่ ซาลาห์ เล็งเอาไว้ ได้แก่ หมายเลข 9 ซึ่งสร้างความเซอร์ไพรส์ให้หลายคน เพราะซาลาห์ ตำแหน่งธรรมชาติคือปีก และเจ้าตัวไม่เคยใส่เสื้อหมายเลข 9 มาก่อน

โดยสมัยเล่นอยู่กับบาเซิล เขาใส่เบอร์ 22 จากนั้นกับเชลซี ใส่เบอร์ 15 และ 17 , กับฟิออเรนติน่า ใส่เบอร์ 74 และกับโรม่า ใส่เบอร์ 11 ดังนั้นจะสังเกตได้ว่า เขาไม่เคยใส่เสื้อเบอร์ 9 มาก่อนเลย

ทั้งนี้ เสื้อเบอร์ 9 ของลิเวอร์พูลในอดีตนั้น เป็นเบอร์ที่ มีกองหน้าระดับแถวหน้าของวงการสวมใส่มาแล้วมากมาย อย่างเช่น เอียน รัช , ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ หรือ เฟร์นันโด ตอร์เรส แต่ หลังจากหมดตอร์เรสไป คนที่ใส่เบอร์นี้ก็แป้กมาตลอด ไล่ตั้งแต่แอนดี้ แคร์โรลล์ ,ยาโก้ อัสปาส , ริกกี้ แลมเบิร์ต และ ล่าสุดคือคริสติย็อง เบนเตเก้

โรงแรม สระแก้ว สำหรับเบอร์ที่ว่าง ในเลข 1-30 ของลิเวอร์พูล ณ เวลานี้ มี เบอร์ 4 ,8,9,13,24,26 ,29 และ 30

Read related post at “ซาลาห์” ใจถึง! ขอหงส์เลือกเบอร์ 9 อาถรรพณ์.

“ปูนตราเสือ” เปิดตัว เสือ มอร์ตาร์ สูตรแพลทินัม เอ็กซ์เพิร์ท จับมือบริษัทรับสร้างบ้านชั้นนำ ป้องกันอุปสรรครอยแตกร้าว ก่อนลุกลาม [PR News]

“ตราเสือ” เล่าผลสำเร็จครบรอบ 100 ปี ย้ำวิสัยทัศน์ผู้นำนวัตกรรมปูนซีเมนต์ที่ผู้ซื้อให้ความเชื่อถือประกาศเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและบริการอย่างไม่หยุดยั้ง เปิดตัวนวัตกรรม “เสือ มอร์ตาร์ สูตรแพลทินัม เอ็กซ์เพิร์ท” สุดยอดปูนฉาบสำเร็จรูปที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการแตกร้าวของงานฉาบปูน

เสียงตอบรับจาก 6 พันธมิตร ผู้บริหารบริษัทรับก่อสร้างบ้าน ที่ได้ให้ความเห็นถึงการที่ได้ใช้สินค้า เสือ มอร์ตาร์ สูตรแพลทินัม เอ็กซ์เพิร์ท มาให้ชมกันค่ะ

นโยบายหรือหลักเกณฑ์ของบริษัทฯในการเลือกใช้วัสดุในการสร้างบ้าน ?

คุณสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดี เฮ้าส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด
“เลือกสินค้าที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูง มีความทนทาน ที่จะทำให้บ้านของลูกค้าอยู่ได้คงทนถาวร รวมถึงต้องเลือกสินค้าที่มีบริการหลังการขายที่ดีด้วย”

ปัญหาจากปูนซีเมนต์ที่เกิดขึ้น/พบบ่อยมากที่สุดคือ เรื่องอะไร และคิดว่าเกิดจากอะไร ?

คุณพิชิต อรุณพัลลภ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน และกรรมการผู้จัดการ บริษ้ทริชชี่ เฮ้าส์ จำกัด
“ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือปัญหาที่ทุกบ้านจะเจอคือรอยแตกร้าวซึ่งมาจากปัจจัยที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ ปัจจัยที่ควบคุมได้คือแรงงานการเลือกช่างการควบคุมการทำงานและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่มีคุณภาพ และปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ อย่างเช่น สภาพอากาศ เป็นต้น”

เสือ มอร์ตาร์ สูตรแพลทินัม เอ็กซ์เพิร์ท ช่วยในการลดต้นทุนอย่างไรบ้าง ?

คุณบุญลือ วงศ์พรเพ็ญภาพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม ดีเวลอป จำกัด
“จากการใช้สินค้าพบว่าผนังบ้านไม่มีรอยแตกร้าว บริษัทไม่ต้องแก้ไขงาน ไม่เกิดการทำงานซ้ำซ้อน ทำให้บริษัทไม่เสียค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหาต่างๆ และสามารถส่งมอบงานที่ดีมีคุณภาพให้กับลูกค้า ลูกค้าพอใจและบอกต่อ” “เหนือกว่ากำไร คือได้ใจลูกค้า”

ทำไมถึงมั่นใจเลือกใช้เสือ มอร์ตาร์ สูตรแพลทินัม เอ็กซ์เพิร์ท และมีความแตกต่างจากปูนยี่ห้ออื่น อย่างไรบ้าง ?

คุณเจตนา โลห์ศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ตเทคโฮม จำกัด
“มีความเชื่อมั่น เนื่องจากได้ทดลองใช้และพบว่าลดรอยร้าวได้เป็นอย่างดี จากการทดสอบกับบ้านจริง กับลูกบ้านของโครงการ ซึ่งช่วยให้การทำงานของข่างทำงานง่ายขึ้น และลดปัญหาต่างๆอีกด้วย

เมื่อทางบริษัทฯได้ใช้ เสือ มอร์ตาร์ สูตรแพลทินัม เอ็กซ์เพิร์ท แล้ว สร้างความพอใจต่อลูกบ้าน อย่างไรบ้าง ?

คุณวิชัย คงศรีอ่อง กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฟร์ดีเวลลอป เฮ้าส์ จำกัด
“เป็นปูนซีเมนต์ที่มีคุณภาพที่เชื่อถือได้ ทางบริษัทได้ใช้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมากับบ้าน30หลัง ผลเป็นที่พอใจของลูกค้า บ้านไม่มีรอยแตกร้าว พื้นผนังผิวฉาบ สวย เรียบเนียน ช่วยลดต้นทุน เพราะไม่มีการซ่อมแซมบ้าน”

ได้ใช้สินค้า เสือ มอร์ตาร์ สูตรแพลทินัม เอ็กซ์เพิร์ท ตอบโจทย์บริษัทฯอย่างไรบ้าง ?

คุณธีร์ บุญวาสนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อยุธยาสร้างบ้าน จำกัด
“หัวใจของการทำงานของบริษัทฯ คือให้ความสำคัญกับเรื่องการออกแบบกระบวนการก่อสร้างที่ดี ฝีมือช่างที่ดี อีกทั้งให้ความสำคัญที่สุดคือการเลือกใช้วัสดุที่ดี เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดผลงานที่ดี เพราะถ้าการทำงานมีปัญหา ก็จะต้องซ่อมแซมงาน ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนและความมั่นใจของลูกค้าอีกด้วย ซึ่งทางบริษัทฯ ได้คัดเลือกวัสดุที่ดี เนื่องจากบ้านที่สร้างราคาสูง (10 ล้านบาทขึ้นไป) จึงได้ใช้เสือ มอร์ตาร์ สูตรแพลทินัม เอ็กซ์เพิร์ทนี้มา 2 ปี ทีมช่างก็มีความเชื่อมั่น เพราะระยะเวลาหลังส่งงานแล้ว 1 ปี ได้มีบริการหลังการขาย เข้าไปตรวจบ้านของลูกค้า ไม่พบปัญหารอยแตกร้าว ช่วยลดการซ่อมแซม ลดต้นทุน สามารถตอบโจทย์บริษัทรับสร้างบ้านและเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี”

“เสือ มอร์ตาร์ สูตรแพลทินัม เอ็กซ์เพิร์ท” เป็นนวัตกรรมปูนซีเมนต์สำเร็จรูปสำหรับงานฉาบ ที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นเพื่อลดโอกาสการเกิดรอยแตกร้าวของผนังฉาบปูน โดยมีส่วนผสม “Elastic Molecule” หรือโมเลกุลยืดหยุ่น ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันปัญหาแตกร้าวได้มากถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับปูนซีเมนต์ทั่วไป อีกทั้งยังมีความต้านทานต่อผลกระทบจากสภาพอากาศ เช่น น้ำฝน แสงแดด อุณหภูมิ รวมถึงต้านทานต่อแรงดึงรั้งบนผิวปูนซีเมนต์เนื้อปูนละเอียดทำให้ผนังที่ได้เรียบเนียน สามารถทำการตกแต่งผิวในขั้นตอนต่อไปได้ง่ายและหลากหลายด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นของเสือ มอรตาร์ สูตรแพลทินัม เอ็กซ์เพิร์ททำให้สามารถจดสิทธิบัตรและยังได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติอีกด้วย

สำหรับผู้สนใจสามารถหาซื้อสินค้า“เสือ มอร์ตาร์ สูตรแพลทินัม เอ็กซ์เพิร์ท” และสินค้าคุณภาพตราเสือ ได้ที่ร้านเอสซีจีโฮมโซลูชั่น และผู้แทนจำหน่ายเอสซีจีทั่วประเทศหรือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง SCG contact center 02-586-4444

Read more post at “ปูนตราเสือ” เปิดตัว เสือ มอร์ตาร์ สูตรแพลทินัม เอ็กซ์เพิร์ท จับมือบริษัทรับปลูกบ้านชั้นนำ ป้องกันปัญหารอยแตกร้าว ก่อนลุกลาม [PR News].

ดีทีจีโอ ผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เมืองไทยร่วมพูดคุย องค์การค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (IDE-JETRO Symposium) เรื่อง “รถไฟความเร็วสูง และเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกปี 2573”

รัช ตันตนันตา (ที่ 4 จากขวา) ประธานผู้อำนวยการ กลุ่มบริษัทดีที (DTGO) หนึ่งในผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และผู้พัฒนาโครงการชั้นนำแบบยั่งยืนของประเทศไทย ร่วมเสวนาเรื่อง “รถไฟความเร็วสูง และเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกปี 2573” ซึ่งจัดโดยโดย สถาบันพัฒนาเศรษฐกิจ องค์การการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (Institute of Developing Economics, Japan External Trade Organization, IDE-JETRO) ที่โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพ

ในโอกาสนี้ คุณรัช ได้ให้ความคิดเห็นต่อเรื่องรถไฟความเร็วสูง และการลงทุนที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือเขตพื้นที่ศก.พิเศษภาคตะวันออกว่าจะส่งผลดีต่อประเทศ โดยจะส่งให้เกิดการก้าวหน้าของศก.ภูมิภาคอย่างก้าวกระโดด เพิ่มความมั่งคั่งของประชากรในเขตเศรษฐกิจพิเศษ การเดินทางและเชื่อมต่อที่เร็วยิ่งขึ้น การเพิ่มศักยภาพตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ศก.ของประเทศไทย และการสร้างงานในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในการที่จะให้โครงการดังกล่าวสำเร็จลุล่วง นายรัช กล่าวว่าจะต้องมีการดำเนินการในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับนโยบายของหน่วยงานในแต่ละประเทศให้สอดคล้องกัน การจัดการผลกระทบอันเนื่องมาจากความเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรม จำนวนประชากรผู้สูงอายุที่มีเพิ่มมากขึ้น ข้อจำกัดทางภาษา ประสิทธิภาพการคมนาคม การจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การจัดการเรื่องน้ำและขยะ และการจัดการเรื่องนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

เกี่ยวกับ บริษัทดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (DTGO Corporation Limited)

บริษัท ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2536 เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญด้านธุรกิจและสังคม เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของคนและสังคมทุกรุ่น โดยผ่านกระบวนการทางความคิดเพื่อให้เกิดความเข้าใจในพฤติกรรมของมนุษย์ ควบคู่ไปกับระบบสิ่งแวดล้อม

บริษัท ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ใช้วิธีการแบบบูรณาการในการดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระหว่างประเทศ มีการให้บริการทางด้านออกแบบสถาปัตยกรรม การก่อสร้าง การนำเข้าวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาที่ดิน

นอกจากนี้ บริษัท ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ยังให้ความสำคัญกับกิจกรรมด้านสังคม โดยได้ก่อตั้งมูลนิธิพุทธรักษา ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย และมูลนิธิ ดีที แฟมิลี่ ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศฮ่องกง ทั้งสองมูลนิธิมีการพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อสังคมอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจต่อเด็กขาดโอกาสทางสังคม โดยการให้การศึกษาและพัฒนาความรู้ ความสามารถเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการใช้ชีวิตต่อไป

ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.dtgsiam.com

Please visit ดีทีจีโอ ผู้นำธุรกิจอสังหาฯ ไทยเข้าร่วมเสวนา องค์การค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (IDE-JETRO Symposium) เรื่อง “รถไฟความเร็วสูง และเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกปี 2573” for related content.

Banyan Tree Residence Riverside Bangkok คอนโดริมแม่น้ำจาก Nirvana Daii

บมจ. เนอวานา ไดอิ เซ็นสัญญาความร่วมมือกับบันยันทรีกรุ๊ป เชนโรงแรมระดับโลก เปิดตัวโครงการคอนโดริมแม่น้ำเจ้าพระยา “บันยัน ทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ” (Banyan Tree Residences Riverside Bangkok) คอนโดระดับซูเปอร์ลักชัวรีมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ซื้อเฉพาะกลุ่มในการเข้าเป็นสมาชิก The Sanctuary Club ของบันยันทรี เพื่อรับบริการจากเครือบันยันทรีทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น รีสอร์ท สปา และ สนามกอล์ฟ เป็นต้น เตรียมเปิด Sale Gallery ในเดือนกันยายน 2560

นายศรศักดิ์ สมวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เนอวานา ไดอิ กล่าวถึงความร่วมมือกับ แบรนด์บันยันทรีในครั้งนี้ว่า “โครงการบันยัน ทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ เป็นคอนโดโครงการแรกของบริษัทฯ เรียกได้ว่าเป็นคอนโดมิเนียมคอนโดใหม่ ในกรุงเทพเกรดซูเปอร์ลักชัวรี ซึ่งมีมูลค่าโครงการกว่า 6,000 ล้านบาท ราคาขายเฉลี่ยประมาณ 300,000 บาท/ตร.ม. คอนโดนี้ตั้งอยู่บนโค้งน้ำที่สวยที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้สามารถมองเห็นบรรยากาศที่สวยงามของทั้งฝั่งเมืองเก่าและฝั่งเมืองใหม่ได้อย่างชัดเจน นอกเหนือจากทำเลที่ตั้งที่ดีที่สุดแล้ว เรายังใส่ใจในการดีไซน์ที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวอันสูงสุดของผู้อยู่อาศัยเป็นหลักยิ่งไปกว่านั้นเรามองว่า ลูกค้ากลุ่ม Super Premium นั้นให้ความสำคัญและพิถีพิถันกับการใช้ชีวิตอย่างมาก ดังนั้นเราจึงสรรหาการบริการที่ดีเลิศ และแตกต่างมารองรับ เราตัดสินใจเลือกแบรนด์บันยันทรีสำหรับโครงการนี้ ทั้งนี้เพราะบันยันทรีเป็นแบรนด์โรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเป็น expert ในเรื่องการให้บริการระดับห้าดาวที่ทั่วโลกยอมรับ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่น่ายินมากและเชื่อว่าโครงการนี้จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี”

มร.โฮ กวง ปิง ประธานกรรมการบริหาร บันยันทรีกรุ๊ป กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ ทางบันยันทรีได้นำเสนอบริการสุดพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเรา เพื่อสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับกลุ่มผู้ซื้อของโครงการนี้ด้วย โดยผู้ซื้อเฉพาะกลุ่มจะได้รับสิทธิ์การเป็นสมาชิกThe Sanctuary Club เพื่อรับสิทธิประโยชน์จากแบรนด์ในเครือทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น บันยันทรี อังสนา แคสเซีย ดาหวา หรือ ลากูน่า”

บมจ. เนอวานา ไดอิ เป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเมื่อบริษัทเนอวานาได้ควบรวมกับบริษัทไดอิแล้ว ทำให้บริษัทฯ มีธุรกิจในเครือเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ ธุรกิจการพัฒนาโครงการ ธุรกิจรับสร้างบ้าน และบ้านสำเร็จรูป ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง สำหรับโครงการคอนโดโครงการนี้ยังอยู่ในช่วงของการพัฒนารายละเอียด และมีแผนเปิดขายในเดือนกันยายนนี้ โดยโครงการได้เริ่มปลูกสร้างแล้วตั้งแต่ช่วงธันวาคม 2559 โดยบริษัทบวิค-ไทย จำกัด (Bouygues-Thai) สำหรับความร่วมมือกับบันยันทรีกรุ๊ปในครั้งนี้ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการช่วยยกระดับมาตรฐานการพักอาศัยของลูกบ้าน พร้อมเติมเต็มความต้องการด้านการบริการระดับห้าดาวอย่างสมบูรณ์แบบ

Please visit Banyan Tree Residence Riverside Bangkok คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำจาก Nirvana Daii for more content.

ค่าส่วนกลาง : จ่ายแล้วไว้ไหน บทความน่ารู้จาก PLUS PROPERTY

ที่พักอาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด (บางท่านอาจรวมถึงอาคารสำนักงานหรือออฟฟิศ) มีความสำคัญอย่างยิ่งกับผู้อาศัยทุกคน เนื่องจากเราเองต้องดำรงชีวิตอยู่กับสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ ในฐานะที่ Plus Property เป็นบริษัทที่ให้บริการในด้าน Property Management และ Facility Management กับบทบาทที่ต้องดูแลให้ระบบต่างๆ ของคอนโดมิเนียมหรืออาคารสำนักงานให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัย สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งความพึงพอใจแก่ผู้ใช้อาคาร จึงขอแชร์ประสบการณ์ การบริหารทรัพย์ส่วนกลาง และการดูแลรักษาระบบต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการวางแผนและดูแลรักษาตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ทรัพย์สินเหล่านี้

คุณเคยทราบหรือไม่ว่า โครงการต่างๆ มีมูลค่าการก่อสร้างเท่าไร เมื่อสร้างเสร็จแล้ว จำเป็นจะต้องมีการดูแลรักษากันอย่างไร รวมถึงวิกฤตทางด้านพลังงาน ทำให้ยิ่งต้องระมัดระวังในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ แม้กระทั่งที่บ้านเราเอง ที่ไม่ใช่แค่ประหยัดเฉพาะแค่การปิดไฟเท่านั้น บางท่านถึงกับลงทุนหันเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานกันเลยทีเดียว ทั้งหมดนี้ จึงเป็นโจทย์สำคัญของผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลทรัพย์ส่วนกลางว่าจะทำอย่างไรให้อุปกรณ์หรือระบบต่างๆ ในอาคารหรือคอนโดมิเนียม มีอายุการใช้งานที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ปัจจุบันโครงการที่พักอาศัยทั้งอาคารชุด หมู่บ้านจัดสรร กลายเป็นลักษณะที่อยู่อาศัยที่สำคัญในเมืองขนาดใหญ่ อาทิ กรุงเทพฯ และตามหัวเมืองต่างๆ ซึ่งเป็นผลมาการขยายตัวของเมือง โดยวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน ผู้อยู่อาศัยมีสิทธิ์ความเป็นเจ้าของร่วมกันในทรัพย์ส่วนกลาง รวมทั้งมีหน้าที่ร่วมกันรับผิดชอบในการดูแลให้ทรัพย์ส่วนกลางนั้นอยู่ในสภาพดี การดูแลให้ทรัพย์ส่วนกลางอยู่ในสภาพที่ดีไม่ใช่สิ่งที่ต้องดำเนินการเพียงเพราะว่ามีกฎหมายกำหนด แต่เป็นเรื่องพื้นฐานที่ต้องมีการดำเนินการ ลองคิดดู หากท่านต้องใช้สโมสรของหมู่บ้านที่อยู่ในสภาพทรุดโทรม ถนนที่ไม่สะอาด ลิฟต์ที่ติดๆ ขัดๆ ทั้งหมดนี้ ก่อให้เกิดความเดือดร้อน ไม่สะดวก และยังส่งผลให้ทรัพย์สินส่วนบุคคลมีมูลค่าลดลงเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ไม่น่าดู

เพื่อให้เกิดความสะดวก ปลอดภัย คุณภาพชีวิตที่ดี มีการรักษาหรือเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัยในโครงการ และมีงบประมาณเพียงพอทั้งสำหรับการปฏิบัติงานดูแลทรัพย์ส่วนกลางประจำวันและการปรับปรุงเปลี่ยนทดแทนในระยะยาว นิติบุคคลหรือผู้บริหารโครงการจำเป็นจะต้องมีการบริหารจัดการกับ อุปกรณ์เครื่องจักรและระบบที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์ส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็น ลิฟต์ ไฟฟ้า ประปา สุขาภิบาล โทรศัพท์ การจัดระบบรักษาความปลอดภัย การป้องกันอัคคีภัย การลดการเกิดอุบัติเหตุ การจัดระบบการสัญจรและการเข้าออก การจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อให้แน่ใจได้ว่าระบบหรือุปกรณ์ต่างๆ จะสามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ สร้างความพึงพอใจแก่ผู้อยู่อาศัย ลดต้นทุนในการบำรุงรักษา ซึ่งนำมาสู่การสร้างมูลค่าให้แก่โครงการได้

นอกจากนี้ องค์ประกอบที่สำคัญของการบริหารทรัพย์ส่วนกลางคือนิติบุคคลและคณะกรรมการ ที่เป็นผู้ให้นโยบายเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม ตลอดจนผู้อยู่อาศัยเองต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการบริหาร รวมทั้งการแสดงข้อคิดเห็น เพื่อเป็นกระจกสะท้อนให้ถึงการทำงาน และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันเวลา ซึ่งผู้ประกอบการหรือนิติบุคคลต้องให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาระบบและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เพราะนี่คือต้นทุนที่สำคัญ รองจากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ซึ่งหากสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ มิใช่เสื่อมถอยไปตามวันเวลา ฉะนั้นการบริหารทรัพย์ส่วนกลางอย่างมีประสิทธิภาพจึงนับเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาและเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สินของพวกเราได้อีกทางหนึ่ง

Please visit ค่าส่วนกลาง : จ่ายแล้วไปไหน บทความน่าสนใจจาก PLUS PROPERTY for related article.

การเคหะแห่งชาติดึงภูมิรู้พื้นเมืองศึกษามาตรฐานความอยู่สบายของที่พักและชุมชน

การเคหะแห่งชาติร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการหารือตัวแทนอสังหาริมทรัพย์เผยผลงานวิจัย “โครงการศึกษามาตรฐานความอยู่สบายของบ้านพักอาศัยและชุมชน เพื่อการวางแผนพัฒนาบ้านพักอาศัย โดยกระบวนการมีส่วนร่วม” โดยมี นายดุลมลชัย วิวัฒน์บวรวงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุม เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาวิจัย รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงต่อยอดงานวิจัยดังกล่าว ณ ห้องบอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเดอะแกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น เมื่อเร็วๆ นี้

นายดุลมลชัย วิวัฒน์บวรวงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติมุ่งเน้นการพัฒนา บ้านพักอาศัยสำหรับผู้มีเงินรายได้น้อยและปานกลางทั่วประเทศ จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาวิเคราะห์ความต้องการด้านบ้านพักอาศัย พร้อมทั้งจัดลำดับความสำคัญของปัญหา รวมถึงการวางแผนและคัดเลือกรูปแบบการจัดสร้างบ้านพักอาศัยให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละท้องถิ่น ตลอดจนมีการศึกษาพัฒนาและกำหนดมาตรฐานบ้านพักอาศัยสำหรับชุมชนให้มีภาวะอยู่สบายสร้างความพึงพอใจให้กับผู้อยู่อาศัยในแต่ละท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว การเคหะแห่งชาติจึงได้ร่วมมือกับศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการ ศึกษาวิจัย “โครงการศึกษามาตรฐานความอยู่สบายของที่อยู่อาศัยและชุมชน เพื่อการวางแผนพัฒนาบ้านพักอาศัยโดยกระบวนการมีส่วนร่วม” เพื่อใช้เป็นเกณฑ์วัดสภาวะความสบายของที่อยู่อาศัยและชุมชน ซึ่งจะเป็นการสร้างมาตรฐานบ้านพักอาศัยและชุมชนในเชิงคุณภาพ (Housing and Community Performance Standards) ซึ่งการเคหะแห่งชาติได้คัดเลือกพื้นที่ชุมชนริมแควอ้อม ในอำเภอบางคนที และอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นพื้นที่ศึกษาเพื่อดำเนินโครงการศึกษาวิจัยมาตรฐานความอยู่สบายของบ้านพักอาศัยและพัฒนามาตรฐานความอยู่สบายของที่อยู่อาศัยและชุมชน เนื่องจากเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ระบบนิเวศน์ และเป็นพื้นที่ที่มีบ้านพักอาศัยที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีภาวะอยู่สบาย เพื่อจะนำมาใช้ในการวางแผนพัฒนาบ้านพักอาศัย ในอนาคต โดยส่วนหนึ่งอาจปรับให้เป็นมาตรฐานทั่วไปที่ใช้ได้ในทุกพื้นที่ และอีกส่วนหนึ่งเป็นการพัฒนามาตรฐานเฉพาะพื้นที่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับพื้นที่ศึกษา

ด้านรศ.ดร.กุณฑลทิพย พานิชภักดิ์ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะวิจัยฯ กล่าวถึงการศึกษาวิจัยฯ ว่า คณะวิจัยฯ ได้ทำการศึกษาในเชิงวิชาการควบคู่ไปกับกระบวนการ มีส่วนร่วม โดยเริ่มต้นจากการสืบค้นมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจัดตั้งภาคีเครือข่ายเพื่อกำหนดเป้าหมายร่วมกัน ประกอบด้วย การเคหะแห่งชาติ ปราชญ์ท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานส่งเสริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดสมุทรสงคราม และหน่วยงานระดับจังหวัด เป็นต้น โดยการศึกษาในระยะแรก เป็นการสำรวจภาพรวมการอยู่สบายของชุมชนริมแควอ้อม ทั้งในด้านกายภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการบริหารจัดการ จากนั้นได้ทำการยกร่างมาตรฐานความอยู่สบายเบื้องต้นขึ้น รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากพื้นที่ศึกษาอย่างละเอียดเพื่อให้ภาคีเครือข่ายได้ประเมินพร้อมเสนอแนะข้อคิดเห็น และได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้มาตรฐานที่สมบูรณ์ ถูกต้อง แม่นยำ มากที่สุด ซึ่งได้มาตรฐานความอยู่สบายของที่อยู่อาศัยและชุมชน แบ่งออกเป็น ระดับ : บ้าน และ ระดับ : ชุมชน ประกอบด้วย หมวดที่ 1 กายภาพ, หมวดที่ 2 สิ่งแวดล้อม, หมวดที่ 3 เศรษฐกิจ, หมวดที่ 4 สังคมและวัฒนาธรรม, หมวดที่ 5 การบริหารจัดการ และหมวดที่ 6 การเรียนรู้พัฒนาประโยชน์ที่จะได้รับจากการศึกษาวิจัยโครงการดังกล่าวดังกล่าวนี้ การเคหะแห่งชาติจะนำผลการศึกษามาพัฒนามาตรฐานความอยู่สบายของที่อยู่อาศัยชุมชน

โดยใช้ความรู้พื้นถิ่นเป็นหลัก คู่ขนานไปกับการศึกษาวิชาการตามแนวคิดของประเทศตะวันตกเป็นครั้งแรก อันจะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติและเป็นความก้าวหน้าทางวิชาการ รวมทั้งจะนำมาตรฐานความอยู่สบายที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้ไปปรับใช้พัฒนามาตรฐานบ้านพักอาศัยของการเคหะแห่งชาติในโครงการต่างๆ โดยส่วนหนึ่งอาจปรับให้เป็นมาตรฐานทั่วไปที่ใช้ได้ในทุกพื้นที่ อีกส่วนหนึ่งพัฒนามาตรฐานเฉพาะพื้นที่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับพื้นที่ศึกษา เพื่อให้การวางแผนพัฒนาบ้านพักอาศัยของการเคหะแห่งชาติมีความสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ที่แตกต่างจากบริบทแบบเมือง

Please visit การเคหะแห่งชาติดึงภูมิรู้ท้องถิ่นศึกษามาตรฐานความอยู่สบายของที่อยู่และชุมชน for more content.

เอสซี ฯ สนับสนุนพนักงานดูงานด้านนวัตกรรมที่ประเทศญี่ปุ่น

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ส่งทีมชนะเลิศในโครงการ SC Innovation Challenge 2016 ไปทัศนศึกษาด้านนวัตกรรมยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปิดประสบการณ์และเรียนรู้ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์เกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อมาใช้สร้างสรรค์ให้โครงการบ้านพักอาศัยของเอสซีฯ สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของมนุษย์ในยุค connectivity โดยมี คุณก้องไกร เมฆศรีวรวรรณ วิทยากรพิเศษจาก Mind Dojo เป็นผู้ให้ความรู้และคำแนะนำตลอดการเดินทาง ณ กรุงโตเกียว เมื่อเร็วๆ นี้

Read related content at เอสซี ฯ สนับสนุนพนักงานดูงานด้านนวัตกรรมที่ประเทศญี่ปุ่น.